<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>GlutaCare.Com &#187; แอลคาร์นิทีน</title>
	<atom:link href="http://glutacare.com/tag/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://glutacare.com</link>
	<description>กลูต้าไธโอน Glutathione ผิวขาวใส ภายใน 2 สัปดาห์ มีอย. รับรอง แหล่งผลิตชัดเจน ของแท้ ไม่สวมทะเบียน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 05 Aug 2010 12:49:15 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.5</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<xhtml:meta xmlns:xhtml="http://www.w3.org/1999/xhtml" name="robots" content="noindex" />
		<item>
		<title>แอลคาร์นิทีน L-Carnitine คือ อะไร ??</title>
		<link>http://glutacare.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://glutacare.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Feb 2010 07:17:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>GlutaCare.Com</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ - แอลคาร์นิทีน]]></category>
		<category><![CDATA[L-Carnitine]]></category>
		<category><![CDATA[แอลคานิทีน]]></category>
		<category><![CDATA[แอลคานิทีน คืออะไร]]></category>
		<category><![CDATA[แอลคาร์นิทีน]]></category>
		<category><![CDATA[แอลคาร์นิทีน คืออะไร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://glutacare.com/?p=800</guid>
		<description><![CDATA[แอลคาร์นิทีน L-Carnitine คือ อะไร ??
L-Carnitine แอลคาร์นิทีนเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็น (Essential Amino Acids) ที่ร่างกายต้องสร้างขึ้นจากกรดอะมิโน 2 ตัว (Lysine และ Methionine), วิตามิน 3 ตัว (Vitamin B6, Vitamin C และNiacin) และเกลือแร่ 1 ตัว (Iron) ดังนั้น หากร่างกายขาดกรดอะมิโน, วิตามิน หรือเกลือแร่ ดังกล่าว แม้ตัวใดตัวหนึ่ง ก็จะทำให้ร่างกายขาดแอลคาร์นิทีนไปด้วย ซึ่งจำเป็นที่ร่างกายจะต้องได้รับแอลคาร์นิทีนทดแทนเข้าไป เพราะ แอลคาร์นิทีนเป็นกรดอะมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกาย

L-Carnitine แอลคาร์นิทีน เป็นกรดอะมิโนที่ช่วยเปลี่ยนไขมันที่สะสมอยู่ในที่ต่างๆ ของร่างกายให้กลายเป็นพลังงาน ดังนั้น แอลคาร์นิทีน จึงมีฤทธิ์เป็นตัวเผาผลาญไขมัน (Fat Burner) โดยจะไปลดระดับของโคเลสเตอรอล (Cholesterol) และไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ซึ่งเป็นไขมันอันตราย ที่จะไปอุดตันทางเดินของเลือดในเส้นเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นเลือดในสมอง และเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ อันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากเส้นเลือดในสมองแตก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff6600;">แอลคาร์นิทีน L-Carnitine คือ อะไร ??</span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-Carnitine</a> <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>เป็นกรดอะมิโนที่จำเป็น (Essential Amino Acids) ที่ร่างกายต้องสร้างขึ้นจากกรดอะมิโน 2 ตัว (Lysine และ Methionine), วิตามิน 3 ตัว (Vitamin B6, Vitamin C และNiacin) และเกลือแร่ 1 ตัว (Iron) ดังนั้น หากร่างกายขาดกรดอะมิโน, วิตามิน หรือเกลือแร่ ดังกล่าว แม้ตัวใดตัวหนึ่ง ก็จะทำให้ร่างกายขาด<a href="../l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ไปด้วย ซึ่งจำเป็นที่ร่างกายจะต้องได้รับ<a href="../l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ทดแทนเข้าไป เพราะ <a href="../l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>เป็นกรดอะมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกาย</span><br />
<br /></br><br />
<span style="color: #000000;"><a href="../l-carnitine/">L-Carnitine</a> <a href="../l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> เป็นกรดอะมิโนที่ช่วยเปลี่ยนไขมันที่สะสมอยู่ในที่ต่างๆ ของร่างกายให้กลายเป็นพลังงาน ดังนั้น <a href="../l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> จึงมีฤทธิ์เป็นตัวเผาผลาญไขมัน (Fat Burner) โดยจะไปลดระดับของโคเลสเตอรอล (Cholesterol) และไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ซึ่งเป็นไขมันอันตราย ที่จะไปอุดตันทางเดินของเลือดในเส้นเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นเลือดในสมอง และเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ อันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากเส้นเลือดในสมองแตก และเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจอุดตัน ดังนั้น <a href="../l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> จึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของหัวใจ (Cardiac Performance) ได้เป็นอย่างดี และสามารถเพิ่มผลสำเร็จของการแข่งขันกีฬา (Athletic Performance) ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย</span><br />
<br /></br><br />
<span style="color: #000000;"><a href="../l-carnitine/">L-Carnitine</a> <a href="../l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> เป็นกรดอะมิโนที่ตามปกติแล้ว สามารถถูกสร้างขึ้นได้เองในร่างกายมนุษย์ โดยสร้างขึ้นจากกรดอะมิโน 2 ตัวคือ L-Lysine กับ Methionine โดยที่ <a href="../l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> เป็นกรดอะมิโนที่ผู้ป่วยเบาหวาน(Diabetes) และผู้ป่วยโรคตับแข็ง (Cirrhosis) มักขาด ทั้งนี้เนื่องจากการขาด L-Lysine ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับการสร้าง <a href="../l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> ดังนั้น ผู้ป่วยดังกล่าวจึงจำเป็นต้องได้รับ <a href="../l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> เสริม เพราะ <a href="../l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> เป็น Essential Amino Acid</span><br />
<br /></br><br />
<span style="color: #000000;"><a href="../l-carnitine/">L-Carnitine</a> <a href="../l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> ช่วยเปลี่ยนไขมันที่สะสมอยู่ในที่ต่างๆ ในร่างกายให้เป็นพลังงาน จึงเป็นการออกฤทธิ์เหมือนกับตัวเผาผลาญไขมัน (Fat Burner) ดังนั้น จึงนิยมใช้ในโปรแกรมควบคุมน้ำหนัก ช่วยลดระดับไขมัน Cholesterol และ Triglyceride</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://glutacare.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีตรวจสอบหมายเลขอย. ของผลิตภัณฑ์แอลคาร์นิทีน L-carnitine</title>
		<link>http://glutacare.com/%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://glutacare.com/%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2010 10:00:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>GlutaCare.Com</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ - แอลคาร์นิทีน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการตรวจสอบ]]></category>
		<category><![CDATA[อย.]]></category>
		<category><![CDATA[แอล-คาร์นิทีน]]></category>
		<category><![CDATA[แอลคาร์นิทีน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://glutacare.com/?p=705</guid>
		<description><![CDATA[1. ปริมาณต่อเม็ดไม่เกิน 500 mg ถ้าเกินนี้อย.ไม่รับรอง (คำณวนเป็น L-Carnitine)
หากพบเห็นผลิตภัณฑ์ใดที่ระบุว่าเป็นแอลคาร์นิทีนมากกว่า 500 mg. พร้อมมีอย.รับรองด้วย รู้ได้เลยทันทีว่าปลอมเลขอย.แน่นอน
อ้างอิง : ประก่าศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องข้อกำหนดการใช้ส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดกรดอะมิโน
2. ต้องมีชื่อและสถานที่ผลิตระบุไว้ชัดเจน
หลายๆผลิตภัณฑ์แอลคาร์นิทีนที่ในฉลาก มีเครื่องหมายอย. แต่ไม่มีชื่อและสถานที่ผลิต หากเรากินไปแล้วเกิดอันตรายต่อร่างกายก็ไม่สามารถเอาผิดใครได้ และอีกหลายๆผลิตภัณฑ์แอลคาร์นิทีนที่ไม่มีทั้งอย. และสถานที่ผลิต อันนี้อันตรายมากๆเลยครับ
3. เลขอย.จะต้องมี 13 หลักและจะอยู่ในรูปแบบ

XX-X-XXXXX-X-XXXX &#8211; ผมลองค้นในกูเกิ้ลดูครับ จะเห็นแอลคาร์นิทีนบางยี่ห้อที่มีอย.แต่พอนับเลขอย.พบว่ามี 12 หลักก็มี 14 หลักก็มี รูปแบบตัวเลขก็ไม่ตรงตามนี้ครับ
อ้างอิง : ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องฉลากอาหารใหม่สังเกตุได้อย่างไร โดยกองพํฒนาศักยภาพผู้บริโภค
4. ตรวจสอบผ่าน เวปไซท์องค์การอาหารและยา หรือ โทรสายด่วน อย. ที่เบอร์ 1556
- เป็นวิธีที่ชัวร์ที่สุดเลยครับ โดยนำเลขอย.ทั้ง 13 หลักไปตรวจสอบครับ (เข้าหมวดหมู่อาหารนะครับ เพราะแอลคาร์นิทีนเป็นอาหารเสริม ไม่ใช่ยา) &#8211; ผมลองเอาเลขอย.ของแอลคาร์นิทีนยี่ห้อหนึ่งไปตรวจสอบพบว่าสินค้าไม่ตรงกัน คือ เค้าเอาเลขอย.ของซอสพริกไปสวมทะเบียนครับ หรือบางยี่ห้อก็แต่งเลขอย.ขึ้นมาลอยๆ ค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่พบครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>1. ปริมาณต่อเม็ดไม่เกิน 500 mg ถ้าเกินนี้อย.ไม่รับรอง (คำณวนเป็น L-Carnitine)</h2>
<p>หากพบเห็นผลิตภัณฑ์ใดที่ระบุว่าเป็น<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>มากกว่า 500 mg. พร้อมมีอย.รับรองด้วย รู้ได้เลยทันทีว่าปลอมเลขอย.แน่นอน<br />
อ้างอิง : <a href="http://www.qmaker.com/fda/new/images/cms/top_upload/1161749399_ntffda_Criteria_of_AminoAcid_used_in_Food_Supplement.pdf">ประก่าศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องข้อกำหนดการใช้ส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดกรดอะมิโน</a></p>
<h2>2. ต้องมีชื่อและสถานที่ผลิตระบุไว้ชัดเจน</h2>
<p>หลายๆผลิตภัณฑ์<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ที่ในฉลาก มีเครื่องหมายอย. แต่ไม่มีชื่อและสถานที่ผลิต หากเรากินไปแล้วเกิดอันตรายต่อร่างกายก็ไม่สามารถเอาผิดใครได้ และอีกหลายๆผลิตภัณฑ์<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ที่ไม่มีทั้งอย. และสถานที่ผลิต อันนี้อันตรายมากๆเลยครับ</p>
<h2>3. เลขอย.จะต้องมี 13 หลักและจะอยู่ในรูปแบบ</h2>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-317" title="อย" src="http://glutacare.com/wp-content/uploads/2009/11/อย.jpg" alt="อย" width="287" height="41" /><br />
<span style="color: #ff6600;">XX-X-XXXXX-X-XXXX</span> &#8211; ผมลองค้นในกูเกิ้ลดูครับ จะเห็นแอลคาร์นิทีนบางยี่ห้อที่มีอย.แต่พอนับเลขอย.พบว่ามี 12 หลักก็มี 14 หลักก็มี รูปแบบตัวเลขก็ไม่ตรงตามนี้ครับ<br />
อ้างอิง : <a href="http://webnotes.fda.moph.go.th/consumer/csmb/csmb2546.nsf/723dc9fee41b850847256e5c00332fb4/8580434a8b95dccec7256de3002701ec?OpenDocument">ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องฉลากอาหารใหม่สังเกตุได้อย่างไร โดยกองพํฒนาศักยภาพผู้บริโภค</a></p>
<h2>4. ตรวจสอบผ่าน <a href="http://wwwapp1.fda.moph.go.th/consumer/conframe.asp">เวปไซท์องค์การอาหารและยา</a> หรือ โทรสายด่วน อย. ที่เบอร์ 1556</h2>
<p>- เป็นวิธีที่ชัวร์ที่สุดเลยครับ โดยนำเลขอย.ทั้ง 13 หลักไปตรวจสอบครับ (เข้าหมวดหมู่อาหารนะครับ เพราะแอลคาร์นิทีนเป็นอาหารเสริม ไม่ใช่ยา) &#8211; ผมลองเอาเลขอย.ของ<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ยี่ห้อหนึ่งไปตรวจสอบพบว่าสินค้าไม่ตรงกัน คือ เค้าเอาเลขอย.ของซอสพริกไปสวมทะเบียนครับ หรือบางยี่ห้อก็แต่งเลขอย.ขึ้นมาลอยๆ ค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่พบครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://glutacare.com/%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แอลคาร์นิทีนกับบทบาทเพื่อการลดน้ำหนัก</title>
		<link>http://glutacare.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://glutacare.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Jan 2010 07:03:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>GlutaCare.Com</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ - แอลคาร์นิทีน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[แอล-คาร์นิทีน]]></category>
		<category><![CDATA[แอลคาร์นิทีน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://glutacare.com/?p=556</guid>
		<description><![CDATA[โดย ภก. นรภัทร ปีสิริกานต์
L-carnitine &#38; Weight Reducing Supplement
แอล-คาร์นิทีน กับบทบาทเพื่อการลดน้ำหนัก

แอลคาร์นิทีน(L-Carnitine) เป็นชื่อกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ผลิตได้ที่ตับ โดยมีการสังเคราะห์จากกรดอะมิโน 2 ชนิดคือ Lysine และ Methionine พร้อมกับอาศัยตัวเร่งให้เกิดการสังเคราะห์ ได้แก่ Niacin วิตามิน B6 C และธาตุเหล็ก โดยปกติจะพบในสัตว์เนื้อแดงชนิดต่างๆ โดยเฉพาะในส่วนกล้ามเนื้อลายจะมากเป็นพิเศษซึ่งในความเป็นจริงนั้น หน้าที่หลักของ L-Carnitine จะช่วยลำเลียงโมเลกุลไขมันเล็กๆ เข้าไปใช้ในเซลล์ต่างๆ ซึ่งในจุดนี้เองที่จะทำให้เกิดการนำไขมันไปเปลี่ยนเป็นพลังงาน ดังนั้นหากร่างกายขาดสาร L-Carnitine หรือมีไม่เพียงพอที่จะเป็นตัวพาเม็ดไขมันไปเผาผลาญแล้วละก็ ปัญหาสุขภาพอันเนื่องมาจากไขมันสะสมก็จะเป็นเรื่องตามมาที่สามารถส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความอ้วน และการสะสมของไขมันตามหลอดเลือด ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความยืดหยุ่นของหลอดเลือด และนำมาซึ่งปัญหาไขมันในเลือดสูงและมีความดันโลหิตสูงตามมาได้ นอกจากนี้ ยังอาจจะมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแขนขา อ่อนเพลีย ซึมและเหนื่อยง่าย

มีงานวิจัยมากมายที่ยืนยันถึงประโยชน์ของการใช้ L-Carnitine ในวงการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในผู้ป่วยที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก จนไม่สามารถตั้งศีรษะให้ตรงได้ ซึ่งหลังจากมีการใช้ L-Carnitine ขนาด 2 กรัม/วัน อาการดังกล่าวก็หายไป หรือการใช้ในนักกีฬา ก็มีการยืนยันว่าสามารถเพิ่มแรงสำหรับการออกกำลังกายหนักๆ เช่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: right;"><strong>โดย ภก. นรภัทร ปีสิริกานต์</strong></p>
<h2><span style="color: #ff9900;"><strong>L-carnitine &amp; Weight Reducing Supplement</strong></span></h2>
<h2><span style="color: #ff9900;"><strong>แอล-คาร์นิทีน กับบทบาทเพื่อการลดน้ำหนัก</strong></span></h2>
<p style="text-align: left;">
<p><a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>(<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-Carnitine</a>) เป็นชื่อกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ผลิตได้ที่ตับ โดยมีการสังเคราะห์จากกรดอะมิโน 2 ชนิดคือ Lysine และ Methionine พร้อมกับอาศัยตัวเร่งให้เกิดการสังเคราะห์ ได้แก่ Niacin วิตามิน B6 C และธาตุเหล็ก โดยปกติจะพบในสัตว์เนื้อแดงชนิดต่างๆ โดยเฉพาะในส่วนกล้ามเนื้อลายจะมากเป็นพิเศษซึ่งในความเป็นจริงนั้น <span style="color: #ff0000;">หน้าที่หลักของ <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-Carnitine</a> จะช่วยลำเลียงโมเลกุลไขมันเล็กๆ เข้าไปใช้ในเซลล์ต่างๆ ซึ่งในจุดนี้เองที่จะทำให้เกิดการนำไขมันไปเปลี่ยนเป็นพลังงาน</span> ดังนั้นหากร่างกายขาดสาร <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-Carnitine</a> หรือมีไม่เพียงพอที่จะเป็นตัวพาเม็ดไขมันไปเผาผลาญแล้วละก็ ปัญหาสุขภาพอันเนื่องมาจากไขมันสะสมก็จะเป็นเรื่องตามมาที่สามารถส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความอ้วน และการสะสมของไขมันตามหลอดเลือด ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความยืดหยุ่นของหลอดเลือด และนำมาซึ่งปัญหาไขมันในเลือดสูงและมีความดันโลหิตสูงตามมาได้ นอกจากนี้ ยังอาจจะมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแขนขา อ่อนเพลีย ซึมและเหนื่อยง่าย<br />
</br><br />
มีงานวิจัยมากมายที่ยืนยันถึงประโยชน์ของการใช้ <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-Carnitine</a> ในวงการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในผู้ป่วยที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก จนไม่สามารถตั้งศีรษะให้ตรงได้ ซึ่งหลังจากมีการใช้ <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-Carnitine</a> ขนาด 2 กรัม/วัน อาการดังกล่าวก็หายไป หรือการใช้ในนักกีฬา ก็มีการยืนยันว่าสามารถเพิ่มแรงสำหรับการออกกำลังกายหนักๆ เช่น วิ่งมาราธอน รวมทั้งมีการใช้ <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-Carnitine</a> เพื่อช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจดีขึ้น</p>
<h2><strong><span style="color: #3366ff;">ในส่วนบทบาทในการลดน้ำหนักและลดไขมันสะสม</span></strong></h2>
<p style="text-align: left;">
<p>ดูเหมือนว่า <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-Carnitine</a> น่าจะเป็นคำตอบที่ดีของคุณๆ ที่ประสงค์จะลดน้ำหนักด้วยสารธรรมชาติ เนื่องจากมีการทดลองนำเอาเซลล์ไขมัน (Adipose Tissue) ของคนอ้วนมาวิเคราะห์ พบว่าในเนื้อเยื่อดังกล่าวแทบจะไม่มี <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-Carnitine</a> อยู่เหลือเลย ดังนั้นจากความสัมพันธ์นี้เอง ทีมนักวิจัยจึงตั้งสมมติฐานว่า กลไกการลำเลียงไขมันเพื่อไปใช้ หากถูกขัดขวางด้วยวิธีใดก็ตาม ก็จะทำให้เกิดการสะสมของไขมันได้ แต่หากให้สารชนิดนี้เพิ่มเข้าไป ก็จะส่งผลให้อัตราการเผาผลาญของไขมันสะสมมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่สนับสนุนผลการลดไขมันสะสมของคนอ้วน โดยการศึกษาดังกล่าว นักวิจัยได้ให้แบ่งวัยรุ่นที่อ้วนเป็น 2 กลุ่ม<br />
</br><br />
กลุ่มแรกให้รับประทาน <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-Carnitine</a> ขนาด 2 g/วัน อีกกลุ่มได้ยาหลอก (Placebo) โดยทั้งสองกลุ่มถูกจำกัดอาหารให้มีแคลอรี่เท่าๆกัน และมีการออกกำลังกายขนาดปานกลางเหมือนกัน หลังจากนั้น 3 เดือนต่อมาจึงทำการวัดน้ำหนักตัวอีกครั้ง พบว่ากลุ่มที่ได้รับ <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-Carnitine</a> น้ำหนักตัวลดลงเฉลี่ย 11 ปอนด์ ขณะที่อีกกลุ่มลดลงเฉลี่ยไม่ถึง 2 ปอนด์ และปริมาณไขมันในกระแสเลือดก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ<br />
</br><br />
ดังนั้น <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-Carnitine</a> ซึ่งแม้ว่าจะพบมากในสัตว์เนื้อแดงก็ตาม แต่ปริมาณที่ได้จากการทานใน 1 วัน จะให้กรดอะมิโนดังกล่าวเพียง 50-200 mg.เท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงไขมันสะสมไปเป็นพลังงาน ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่าหากคุณต้องการลดน้ำหนักด้วยสารธรรมชาติ <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-Carnitine</a> ขนาด 500-1,000 mg./วัน (1 cap 500 mg. หรือ แบบชนิดน้ำ 1000 mg/30 ml. สำหรับข้อดีในเรื่องการออกฤทธิ์ที่รวดเร็วขึ้น) น่าจะเป็นปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการลดน้ำหนัก และหากคุณมีดัชนีมวลร่างกาย (BMI) มากกว่า 25 ปริมาณการใช้จะสูงขึ้นตามลำดับ <span style="color: #ff0000;">ซึ่งมีงานวิจัยที่ยืนยันความปลอดภัยจากการใช้ว่า <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-Carnitine</a> ยังไม่มีผลทางลบแม้จะรับประทานในขนาดสูงถึง 4 g./ วันก็ตาม</span><br />
</br><br />
อ้างอิง : ภก.นรภัทร ปีสิริกานต์. <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>กับบทบาทเพื่อการลดน้ำหนัก.สถาบันวิจัยศาสตร์ ด้านความงามและสุขภาพ</p>
<p>http://www.livewellguide.com/sport/thai/sport2004_40.html</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://glutacare.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องของ &#8220;แอล-คาร์นิทีน&#8221;</title>
		<link>http://glutacare.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://glutacare.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Jan 2010 06:43:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>GlutaCare.Com</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ - แอลคาร์นิทีน]]></category>
		<category><![CDATA[L-Carnitine]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์ของแอลคาร์นิทีน]]></category>
		<category><![CDATA[แอล-คาร์นิทีน]]></category>
		<category><![CDATA[แอลคาร์นิทีน]]></category>
		<category><![CDATA[แอลคาร์นิทีน คืออะไร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://glutacare.com/?p=547</guid>
		<description><![CDATA[สุทธิพงษ์ พงษ์วร

ในสังคมวิทยาศาสตร์ เราควรจะสร้างและส่งเสริมนิสัยของความอยากรู้อยากเห็น อยากทำความเข้าใจ อยากค้นหามาให้ได้ซึ่งคำตอบให้กับคนในสังคม และในแต่ละวันก็จะมีเรื่องให้ชวนคิดชวนสงสัยมากมาย จนมากระทั่งวันหนึ่ง ในวันที่ได้ยินชื่อแอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) เป็นครั้งแรก ครั้งแรกที่ได้ยินก็มาจากสื่อโฆษณา ทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาในทันทีหลังจากที่ดูสื่อโฆษณานั้นจบ ว่าทำไมกินแอลคาร์นิทีนเข้าไปแล้วถึงเกิดอาการแอคทีฟ จนอยู่นิ่งไม่ได้ ขนาดจะคุยกันดีๆ ไม่ได้ จะต้องขยับแข้งขยับขาอยู่ตลอดเวลา คนสร้างสื่อต้องการสื่อสารอะไรกับผู้บริโภค
หรือเพียงจะบอกว่า ดื่มแล้ว กินแล้วจะมีแรงมากขึ้น จะรู้สึกคึกคัก&#8230;
เรี่ยวแรงมันมาจากไหน แรงมันเยอะเหลือเกินหรืออย่างไร ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น หรือว่าเป็นเครื่องดื่มประเภทชูกำลังเหรอ เอ๊ะ! คิดแล้วยิ่งอยากรู้ แต่&#8230;ในที่สุด ก็ขอผัดวันประกันพรุ่งเอาไว้ก่อน ตั้งใจว่าจะจำไว้ แล้วขอไปค้นหาในวันหน้า แต่ในใจก็ยังสงสัย สุดท้ายวันนี้ก็ได้ฤกษ์เบิกยาม เข้ามาค้นมาหาข้อมูลด้วยความอยากรู้ และความสงสัยทำไมแอลคาร์นิทีนถึงฮือฮากันนัก แล้วทำไมในโฆษณา เมื่อกินแล้วมันอยู่นิ่งไม่ได้เลย
คำตอบที่ได้จากความสงสัยว่าแอลคาร์นิทีน คืออะไร
แอลคาร์นิทีน เป็นชื่อของสารตัวหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นในร่างกายของเรานี่เอง โดยสร้างขึ้นมาจากกรดอะมิโน 2 ตัว คือ ไลซีน (lysine) และเมไทโอนีน (methionine) และแอลคาร์นิทีนในร่างกายของเราก็ถูกใช้ไปในหน้าที่ต่างๆ หลายอย่าง เช่น เข้าไปช่วยเพิ่มกระบวนการใช้ไขมัน (fat) โดยการขนส่งกรดไขมัน (fatty acid) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: right;">สุทธิพงษ์ พงษ์วร</p>
<p></br><br />
ในสังคมวิทยาศาสตร์ เราควรจะสร้างและส่งเสริมนิสัยของความอยากรู้อยากเห็น อยากทำความเข้าใจ อยากค้นหามาให้ได้ซึ่งคำตอบให้กับคนในสังคม และในแต่ละวันก็จะมีเรื่องให้ชวนคิดชวนสงสัยมากมาย จนมากระทั่งวันหนึ่ง ในวันที่ได้ยินชื่อ<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> (<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-Carnitine</a>) เป็นครั้งแรก ครั้งแรกที่ได้ยินก็มาจากสื่อโฆษณา ทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาในทันทีหลังจากที่ดูสื่อโฆษณานั้นจบ ว่าทำไมกิน<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>เข้าไปแล้วถึงเกิดอาการแอคทีฟ จนอยู่นิ่งไม่ได้ ขนาดจะคุยกันดีๆ ไม่ได้ จะต้องขยับแข้งขยับขาอยู่ตลอดเวลา คนสร้างสื่อต้องการสื่อสารอะไรกับผู้บริโภค<br />
หรือเพียงจะบอกว่า ดื่มแล้ว กินแล้วจะมีแรงมากขึ้น จะรู้สึกคึกคัก&#8230;<br />
เรี่ยวแรงมันมาจากไหน แรงมันเยอะเหลือเกินหรืออย่างไร ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น หรือว่าเป็นเครื่องดื่มประเภทชูกำลังเหรอ เอ๊ะ! คิดแล้วยิ่งอยากรู้ แต่&#8230;ในที่สุด ก็ขอผัดวันประกันพรุ่งเอาไว้ก่อน ตั้งใจว่าจะจำไว้ แล้วขอไปค้นหาในวันหน้า แต่ในใจก็ยังสงสัย สุดท้ายวันนี้ก็ได้ฤกษ์เบิกยาม เข้ามาค้นมาหาข้อมูลด้วยความอยากรู้ และความสงสัยทำไม<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ถึงฮือฮากันนัก แล้วทำไมในโฆษณา เมื่อกินแล้วมันอยู่นิ่งไม่ได้เลย</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">คำตอบที่ได้จากความสงสัยว่า<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> คืออะไร</span></h3>
<p><a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> เป็นชื่อของสารตัวหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นในร่างกายของเรานี่เอง โดยสร้างขึ้นมาจากกรดอะมิโน 2 ตัว คือ ไลซีน (lysine) และเมไทโอนีน (methionine) และ<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ในร่างกายของเราก็ถูกใช้ไปในหน้าที่ต่างๆ หลายอย่าง เช่น เข้าไปช่วยเพิ่มกระบวนการใช้ไขมัน (fat) โดยการขนส่งกรดไขมัน (fatty acid) เข้าไปในไมโทคอนเดรีย (ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการสร้างพลังงานของเซลล์) หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือ <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนกรดไขมันไปเป็นพลังงานนั่นเอง ซึ่งพลังงานที่ได้มานี้ส่วนใหญ่ก็จะถูกใช้สำหรับการทำงานของกล้ามเนื้อทั่ว ร่างกายเรานั่นเอง จากหน้าที่การทำงานพื้นฐานของสารชนิดนี้ทำให้สื่อโฆษณานำมาใช้เป็นประเด็น หลักในการสร้างโฆษณาในเห็นว่า “เมื่อกินแล้วคุณจะอยู่นิ่งไม่ได้นะ แบบว่าพลังงานมันเยอะจัด”<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-553" title="lysine-methionine" src="http://glutacare.com/wp-content/uploads/2010/01/lysine-methionine.jpg" alt="lysine-methionine" width="500" height="200" /><br />
<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ถูกสร้างขึ้นภายในตับและไต และนำไปเก็บไว้ในกล้ามเนื้อลาย (skeletal muscle) ตัวอย่าง ก็เช่น กล้ามเนื้อตามแขน ขา ของเรานั่นเอง นอกจากนี้ยังถูกลำเลียงไปเก็บไว้ในหัวใจ สมอง และสเปิร์ม (ทำให้สเปิร์มเคลื่อนที่ได้อย่างเหมาะสม เพราะ<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>จะไปเร่งให้ไมโทคอนเดรียเปลี่ยนไขมันมาเป็นพลังงานนั่น เอง) สำหรับในอาหารก็จะพบ<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ในอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ผลอะโวคาโด (Avocado) ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วหมัก (tempeh)</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">จะเกิดภาวะการขาด<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ได้อย่างไร</span></h3>
<p>คนที่ทานมังสะวิรัชอาจจะเกิดภาวะการขาด<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ได้ในบางครั้ง เนื่องจาก<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> พบได้ในเนื้อสัตว์ นม และถั่วหมัก หรือในผู้ป่วยบางรายที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดูดซึมของระบบย่อยอาหาร รวมไปถึงในกรณีที่มีผู้ป่วยที่ขาด<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> (ซึ่งพบน้อยมาก) ซึ่งอาจจะเกิดจากความผิดปกติของยีน หรือตับ หรือไต หรือกินอาหารที่มีกรดอะมิโนไลซีน และเมไทโอนีนน้อย ก็จะมีอาการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ เจ็บหน้าอก เจ็บกล้ามเนื้อ แขนขาล้าอ่อนแรง ความดันเลือดต่ำ และอาจจะมีอาการมึนงงสับสนร่วมด้วย เป็นต้น</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">รูปแบบของ<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ที่มีการนำมาใช้</span></h3>
<p>คาร์นิทีนที่ถูกนำมาใช้ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมจะมีอยู่หลายรูปแบบ แต่ที่ใช้กันแพร่หลายมีอยู่ 3 รูปแบบ รูปแบบแรกก็คือ <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> (LC) เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีราคาถูกที่สุด รูปแบบที่สอง คือ แอล-อะซิทิล<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">คาร์นิทีน</a> [L-acetyl<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">carnitine</a> (LAC)] เป็นเพียงรูปแบบเดียวที่ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคแอลไซเมอร์ (Alzheimer) และโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของสมองโรคอื่นๆ<br />
รูปแบบสุดท้าย คือ แอล-โพรพิโอนิล<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">คาร์นิทีน</a> [L-propiony<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">lcarnitine</a> (LPC)] ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาอาการเจ็บหน้าอกและโรคที่เกี่ยวข้องกับ โรคหัวใจ และใช้ได้ผลดีกับโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดตามแขนขาอีกด้วย (peripheral vascular disease &#8211; PVD)<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-552" title="carnitinestructure" src="http://glutacare.com/wp-content/uploads/2010/01/carnitinestructure.jpg" alt="carnitinestructure" width="500" height="395" /></p>
<h3><span style="color: #ff6600;">การดูดซึม<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ของร่างกาย</span></h3>
<p>ถ้าเรากินเข้าไป การดูดซึมของ<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>จะเกิดขึ้นในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ส่วนแพทย์สามารถให้<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>กับผู้ป่วยได้ทั้งทางเส้นเลือดและโดยการกิน</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">10 เหตุผลที่ควรรู้ก่อนเลือกกิน<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> (<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-Carnitine</a>)</span></h3>
<p>1. <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ทำให้เราแก่ช้าลง แค่เหตุผลแรกก็ชวนให้เราหลงใหลใคร่อยากที่จะกิน<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> กันแล้วสิ ที่<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ทำให้แก่ช้าลงได้ ก็เพราะเหตุผลที่ว่า เซลล์ในร่างกายของเราทุกๆ เซลล์ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์สมอง เซลล์จากระบบภูมิคุ้มกัน เซลล์จากหัวใจ หรือเซลล์จากที่อื่นๆ ในร่างกาย ทั้งหมดจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อ ได้รับพลังงานเพียงพอและเหมาะสมกับความต้องการของเซลล์แต่ละชนิด และ<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>นี่เองที่เข้าไปช่วยทำให้เซลล์มีอายุยืนนานขึ้น</p>
<p>2. <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ (triglycerides) อยู่ในระดับที่ต่ำ และช่วยเพิ่มระดับ HDL-คลอเรสเตอรอล ในเลือด</p>
<p>3. นอกจากนี้ <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ โดยมีผลทำให้สุขภาพโดยรวมของหัวใจดีขึ้น และช่วยป้องกันการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวด้วย (ซึ่งเป็น 1/3 ของสาเหตุที่ทำให้คนเป็นโรคหัวใจตาย)</p>
<p>4. <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ช่วยทำให้น้ำหนักลด โดยเฉพาะถ้าใช้ร่วมกันวิธีการที่เราลดอาหารจำพวกแป้งลงในอาหารแต่ละมื้อ</p>
<p>5. <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ช่วยเพิ่มระดับพลังงานของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บหรือเกิดความเสียหายใดๆ กับร่างกาย เหมือนกันที่พบในสารสกัดจากพืชสกุล Ephedra (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ของกระทรวงอาหารและยาของอเมริกา ในเอกสารอ้างอิงครับ)</p>
<p>6. และยังพบอีกว่า<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ช่วยให้ความสามารถในการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น มีความทนทานมากขึ้น และป้องกันเนื้อเยื่อไม่ให้เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากปริมาณออกซิเจนใน เซลล์ไม่เพียงพอ</p>
<p>7. ทั้ง<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> และ อะซีทิล-<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> (Acetyl-<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-Carnitine</a>) ทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น</p>
<p>8. อะซีทิล-<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ช่วยลดความเสียหายของเซลล์ประสาทอันเนื่องมาจากความ เครียด และอาจจะมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer) ด้วย แต่ได้ผลเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอายุน้อย ทำให้อาการของโรคไม่เป็นไปมากกว่านี้</p>
<p>9. อะซีทิล-<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> มีผลต่อสุขภาพจิตในทางบวก และลดภาวะความเครียดได้</p>
<p>10. <a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ช่วยในการทำงานของตับ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของเราด้วย</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">ข้อควรระวังในการใช้<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a></span></h3>
<p>สำหรับคนที่คิดจะซื้อ<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>มาใช้ควรต้องระวังเพราะอาจจะมีผลข้าง เคียงต่างๆ เกิดขึ้นกับร่างกายได้ และอาจจะเข้าทำปฏิกิริยากับยาอื่นๆ ที่กินร่วมกัน ดังนั้น ในการใช้แต่ละครั้ง ควรต้องอยู่ในความควบคุมดูแลของแพทย์จะปลอดภัยกว่า<br />
ข้อควรจำให้ขึ้นใจก็คือสสารทุกอย่างมีทั้งประโยชน์และโทษในตัวเอง ขึ้นกับปริมาณและช่วงจังหวะเวลาของการใช้ ถึงแม้ว่า<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>จะไม่ปรากฏผลข้างเคียงใดๆ ที่เด่นชัดมากนัก แต่ก็มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าถ้ากินเข้าไปมากขนาด 5 กรัมต่อวัน หรือมากกว่าอาจจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ (ต้องอย่าลืมว่าเราได้<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>จากอาหารประเภทเนื้อสัตว์และนมอยู่แล้ว ด้วย ซึ่งเราไม่สามารถทราบปริมาณที่แน่นอนได้) ส่วนอาการข้างเคียงอื่นๆ ที่อาจจะพบได้บ้างก็เช่นมีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น มีกลิ่นตัว และเกิดมีผื่นแดง และในนักกีฬาหรือคนที่กิน<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>เสริมสำหรับการเล่นกีฬาเพื่อช่วยใน การสลายไขมันและช่วยทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อดีขึ้น ก็ควรจะต้องหยุดใช้เพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักบ้างอย่างน้อยเดือนละ 1 อาทิตย์ คือไม่ควรใช้ต่อเนื่องติดต่อกันไปเป็นเวลานานๆ<br />
สำหรับคนที่มีอาการแพ้ต่ออาหารโปรตีน เช่น ไข่ นม หรือข้าวสาลี ไม่ควรกินผลิตภัณฑ์ที่เสริม<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>เป็นอันขาด รวมไปถึงคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับและไต เด็กที่มีอายุยังไม่ถึง 2 ขวบ และสตรีมีครรภ์ ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้ ถ้าไม่จำเป็น หรือใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ครับ</p>
<p>อ้างอิง : สุทธิพงษ์ พงษ์วร. เรื่องของ<a href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>. http://www.ipst.ac.th/biology/Bio-Articles/mag-content41.html</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://glutacare.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
