<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>GlutaCare.Com &#187; แอลคาร์นิทีน คืออะไร</title>
	<atom:link href="http://glutacare.com/tag/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://glutacare.com</link>
	<description>กลูต้าไธโอน Glutathione ผิวขาวใส ภายใน 2 สัปดาห์ มีอย. รับรอง แหล่งผลิตชัดเจน ของแท้ ไม่สวมทะเบียน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 22 Sep 2011 17:45:27 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.5</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<xhtml:meta xmlns:xhtml="http://www.w3.org/1999/xhtml" name="robots" content="noindex" />
		<item>
		<title>แอลคาร์นิทีน L-Carnitine คือ อะไร ??</title>
		<link>http://glutacare.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://glutacare.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Feb 2010 07:17:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>GlutaCare.Com</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ - แอลคาร์นิทีน]]></category>
		<category><![CDATA[L-Carnitine]]></category>
		<category><![CDATA[แอลคานิทีน]]></category>
		<category><![CDATA[แอลคานิทีน คืออะไร]]></category>
		<category><![CDATA[แอลคาร์นิทีน]]></category>
		<category><![CDATA[แอลคาร์นิทีน คืออะไร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://glutacare.com/?p=800</guid>
		<description><![CDATA[แอลคาร์นิทีน L-Carnitine คือ อะไร ??
L-Carnitine แอลคาร์นิทีนเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็น (Essential Amino Acids) ที่ร่างกายต้องสร้างขึ้นจากกรดอะมิโน 2 ตัว (Lysine และ Methionine), วิตามิน 3 ตัว (Vitamin B6, Vitamin C และNiacin) และเกลือแร่ 1 ตัว (Iron) ดังนั้น หากร่างกายขาดกรดอะมิโน, วิตามิน หรือเกลือแร่ ดังกล่าว แม้ตัวใดตัวหนึ่ง ก็จะทำให้ร่างกายขาดแอลคาร์นิทีนไปด้วย ซึ่งจำเป็นที่ร่างกายจะต้องได้รับแอลคาร์นิทีนทดแทนเข้าไป เพราะ แอลคาร์นิทีนเป็นกรดอะมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกาย

L-Carnitine แอลคานิทีน เป็นกรดอะมิโนที่ช่วยเปลี่ยนไขมันที่สะสมอยู่ในที่ต่างๆ ของร่างกายให้กลายเป็นพลังงาน ดังนั้น แอลคาร์นิทีน จึงมีฤทธิ์เป็นตัวเผาผลาญไขมัน (Fat Burner) โดยจะไปลดระดับของโคเลสเตอรอล (Cholesterol) และไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ซึ่งเป็นไขมันอันตราย ที่จะไปอุดตันทางเดินของเลือดในเส้นเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นเลือดในสมอง และเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ อันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากเส้นเลือดในสมองแตก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff6600;">แอลคาร์นิทีน L-Carnitine คือ อะไร ??</span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><a style="color:#000000" href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-Carnitine</a> <a style="color:#000000" href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>เป็นกรดอะมิโนที่จำเป็น (Essential Amino Acids) ที่ร่างกายต้องสร้างขึ้นจากกรดอะมิโน 2 ตัว (Lysine และ Methionine), วิตามิน 3 ตัว (Vitamin B6, Vitamin C และNiacin) และเกลือแร่ 1 ตัว (Iron) ดังนั้น หากร่างกายขาดกรดอะมิโน, วิตามิน หรือเกลือแร่ ดังกล่าว แม้ตัวใดตัวหนึ่ง ก็จะทำให้ร่างกายขาดแอลคาร์นิทีนไปด้วย ซึ่งจำเป็นที่ร่างกายจะต้องได้รับ</span><a style="color: #000000;" href="../l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a><span style="color: #000000;">ทดแทนเข้าไป เพราะ แอลคาร์นิทีนเป็นกรดอะมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกาย</span><br />
<br/><br />
<span style="color: #000000;">L-Carnitine </span><a style="color: #000000;" href="../l-carnitine/">แอลคานิทีน</a><span style="color: #000000;"> เป็นกรดอะมิโนที่ช่วยเปลี่ยนไขมันที่สะสมอยู่ในที่ต่างๆ ของร่างกายให้กลายเป็นพลังงาน ดังนั้น แอลคาร์นิทีน จึงมีฤทธิ์เป็นตัวเผาผลาญไขมัน (Fat Burner) โดยจะไปลดระดับของโคเลสเตอรอล (Cholesterol) และไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ซึ่งเป็นไขมันอันตราย ที่จะไปอุดตันทางเดินของเลือดในเส้นเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นเลือดในสมอง และเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ อันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากเส้นเลือดในสมองแตก และเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจอุดตัน ดังนั้น แอลคาร์นิทีน จึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของหัวใจ (Cardiac Performance) ได้เป็นอย่างดี และสามารถเพิ่มผลสำเร็จของการแข่งขันกีฬา (Athletic Performance) ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย</span><br />
<br/><br />
<a style="color: #000000;" href="../l-carnitine/">L-Carnitine</a><span style="color: #000000;"> แอลคาร์นิทีน เป็นกรดอะมิโนที่ตามปกติแล้ว สามารถถูกสร้างขึ้นได้เองในร่างกายมนุษย์ โดยสร้างขึ้นจากกรดอะมิโน 2 ตัวคือ L-Lysine กับ Methionine โดยที่ แอลคาร์นิทีน เป็นกรดอะมิโนที่ผู้ป่วยเบาหวาน(Diabetes) และผู้ป่วยโรคตับแข็ง (Cirrhosis) มักขาด ทั้งนี้เนื่องจากการขาด L-Lysine ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับการสร้าง แอลคาร์นิทีน ดังนั้น ผู้ป่วยดังกล่าวจึงจำเป็นต้องได้รับ <a href="../l-carnitine/"></a></span><a style="color: #000000;" href="../l-carnitine/">แอลคาร์เนทีน</a><span style="color: #000000;">เสริม เพราะ แอลคาร์นิทีน เป็น Essential Amino Acid</span><br />
<br/><br />
<span style="color: #000000;">L-Carnitine </span><span style="color: #000000;"><a style="color: #000000;" href="../l-carnitine/">แอลคาร์นีทีน</a></span><span style="color: #000000;"> ช่วยเปลี่ยนไขมันที่สะสมอยู่ในที่ต่างๆ ในร่างกายให้เป็นพลังงาน จึงเป็นการออกฤทธิ์เหมือนกับตัวเผาผลาญไขมัน (Fat Burner) ดังนั้น จึงนิยมใช้ในโปรแกรมควบคุมน้ำหนัก ช่วยลดระดับไขมัน Cholesterol และ Triglyceride</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://glutacare.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องของ &#8220;แอล-คาร์นิทีน&#8221;</title>
		<link>http://glutacare.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://glutacare.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Jan 2010 06:43:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>GlutaCare.Com</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ - แอลคาร์นิทีน]]></category>
		<category><![CDATA[L-Carnitine]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์ของแอลคาร์นิทีน]]></category>
		<category><![CDATA[แอล-คาร์นิทีน]]></category>
		<category><![CDATA[แอลคาร์นิทีน]]></category>
		<category><![CDATA[แอลคาร์นิทีน คืออะไร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://glutacare.com/?p=547</guid>
		<description><![CDATA[สุทธิพงษ์ พงษ์วร
ในสังคมวิทยาศาสตร์ เราควรจะสร้างและส่งเสริมนิสัยของความอยากรู้อยากเห็น อยากทำความเข้าใจ อยากค้นหามาให้ได้ซึ่งคำตอบให้กับคนในสังคม และในแต่ละวันก็จะมีเรื่องให้ชวนคิดชวนสงสัยมากมาย จนมากระทั่งวันหนึ่ง ในวันที่ได้ยินชื่อแอลคาร์นิทีน (L-carnitine) เป็นครั้งแรก ครั้งแรกที่ได้ยินก็มาจากสื่อโฆษณา ทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาในทันทีหลังจากที่ดูสื่อโฆษณานั้นจบ ว่าทำไมกินแอลคาร์นิทีนเข้าไปแล้วถึงเกิดอาการแอคทีฟ จนอยู่นิ่งไม่ได้ ขนาดจะคุยกันดีๆ ไม่ได้ จะต้องขยับแข้งขยับขาอยู่ตลอดเวลา คนสร้างสื่อต้องการสื่อสารอะไรกับผู้บริโภค
หรือเพียงจะบอกว่า ดื่มแล้ว กินแล้วจะมีแรงมากขึ้น จะรู้สึกคึกคัก&#8230;
เรี่ยวแรงมันมาจากไหน แรงมันเยอะเหลือเกินหรืออย่างไร ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น หรือว่าเป็นเครื่องดื่มประเภทชูกำลังเหรอ เอ๊ะ! คิดแล้วยิ่งอยากรู้ แต่&#8230;ในที่สุด ก็ขอผัดวันประกันพรุ่งเอาไว้ก่อน ตั้งใจว่าจะจำไว้ แล้วขอไปค้นหาในวันหน้า แต่ในใจก็ยังสงสัย สุดท้ายวันนี้ก็ได้ฤกษ์เบิกยาม เข้ามาค้นมาหาข้อมูลด้วยความอยากรู้ และความสงสัยทำไมแอลคาร์นิทีนถึงฮือฮากันนัก แล้วทำไมในโฆษณา เมื่อกินแล้วมันอยู่นิ่งไม่ได้เลย
คำตอบที่ได้จากความสงสัยว่าแอลคาร์นิทีน คืออะไร
แอลคาร์นิทีน เป็นชื่อของสารตัวหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นในร่างกายของเรานี่เอง โดยสร้างขึ้นมาจากกรดอะมิโน 2 ตัว คือ ไลซีน (lysine) และเมไทโอนีน (methionine) และแอลคาร์นิทีนในร่างกายของเราก็ถูกใช้ไปในหน้าที่ต่างๆ หลายอย่าง เช่น เข้าไปช่วยเพิ่มกระบวนการใช้ไขมัน (fat) โดยการขนส่งกรดไขมัน (fatty acid) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: right;">สุทธิพงษ์ พงษ์วร</p>
<p>ในสังคมวิทยาศาสตร์ เราควรจะสร้างและส่งเสริมนิสัยของความอยากรู้อยากเห็น อยากทำความเข้าใจ อยากค้นหามาให้ได้ซึ่งคำตอบให้กับคนในสังคม และในแต่ละวันก็จะมีเรื่องให้ชวนคิดชวนสงสัยมากมาย จนมากระทั่งวันหนึ่ง ในวันที่ได้ยินชื่อ<a style="color:#000000" href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a> (<a style="color:#000000" href="http://glutacare.com/l-carnitine/">L-carnitine</a>) เป็นครั้งแรก ครั้งแรกที่ได้ยินก็มาจากสื่อโฆษณา ทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาในทันทีหลังจากที่ดูสื่อโฆษณานั้นจบ ว่าทำไมกินแอลคาร์นิทีนเข้าไปแล้วถึงเกิดอาการแอคทีฟ จนอยู่นิ่งไม่ได้ ขนาดจะคุยกันดีๆ ไม่ได้ จะต้องขยับแข้งขยับขาอยู่ตลอดเวลา คนสร้างสื่อต้องการสื่อสารอะไรกับผู้บริโภค<br />
หรือเพียงจะบอกว่า ดื่มแล้ว กินแล้วจะมีแรงมากขึ้น จะรู้สึกคึกคัก&#8230;<br />
เรี่ยวแรงมันมาจากไหน แรงมันเยอะเหลือเกินหรืออย่างไร ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น หรือว่าเป็นเครื่องดื่มประเภทชูกำลังเหรอ เอ๊ะ! คิดแล้วยิ่งอยากรู้ แต่&#8230;ในที่สุด ก็ขอผัดวันประกันพรุ่งเอาไว้ก่อน ตั้งใจว่าจะจำไว้ แล้วขอไปค้นหาในวันหน้า แต่ในใจก็ยังสงสัย สุดท้ายวันนี้ก็ได้ฤกษ์เบิกยาม เข้ามาค้นมาหาข้อมูลด้วยความอยากรู้ และความสงสัยทำไมแอลคาร์นิทีนถึงฮือฮากันนัก แล้วทำไมในโฆษณา เมื่อกินแล้วมันอยู่นิ่งไม่ได้เลย</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">คำตอบที่ได้จากความสงสัยว่าแอลคาร์นิทีน คืออะไร</span></h3>
<p>แอลคาร์นิทีน เป็นชื่อของสารตัวหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นในร่างกายของเรานี่เอง โดยสร้างขึ้นมาจากกรดอะมิโน 2 ตัว คือ ไลซีน (lysine) และเมไทโอนีน (methionine) และ<a style="color:#000000" href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ในร่างกายของเราก็ถูกใช้ไปในหน้าที่ต่างๆ หลายอย่าง เช่น เข้าไปช่วยเพิ่มกระบวนการใช้ไขมัน (fat) โดยการขนส่งกรดไขมัน (fatty acid) เข้าไปในไมโทคอนเดรีย (ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการสร้างพลังงานของเซลล์) หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือ <a style="color:#000000" href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนกรดไขมันไปเป็นพลังงานนั่นเอง ซึ่งพลังงานที่ได้มานี้ส่วนใหญ่ก็จะถูกใช้สำหรับการทำงานของกล้ามเนื้อทั่ว ร่างกายเรานั่นเอง จากหน้าที่การทำงานพื้นฐานของสารชนิดนี้ทำให้สื่อโฆษณานำมาใช้เป็นประเด็น หลักในการสร้างโฆษณาในเห็นว่า “เมื่อกินแล้วคุณจะอยู่นิ่งไม่ได้นะ แบบว่าพลังงานมันเยอะจัด”<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-553" title="lysine-methionine" src="http://glutacare.com/wp-content/uploads/2010/01/lysine-methionine.jpg" alt="lysine-methionine" width="500" height="200" /><br />
แอลคาร์นิทีนถูกสร้างขึ้นภายในตับและไต และนำไปเก็บไว้ในกล้ามเนื้อลาย (skeletal muscle) ตัวอย่าง ก็เช่น กล้ามเนื้อตามแขน ขา ของเรานั่นเอง นอกจากนี้ยังถูกลำเลียงไปเก็บไว้ในหัวใจ สมอง และสเปิร์ม (ทำให้สเปิร์มเคลื่อนที่ได้อย่างเหมาะสม เพราะแอลคาร์นิทีนจะไปเร่งให้ไมโทคอนเดรียเปลี่ยนไขมันมาเป็นพลังงานนั่น เอง) สำหรับในอาหารก็จะพบแอลคาร์นิทีนในอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ผลอะโวคาโด (Avocado) ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วหมัก (tempeh)</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">จะเกิดภาวะการขาดแอลคาร์นิทีนได้อย่างไร</span></h3>
<p>คนที่ทานมังสะวิรัชอาจจะเกิดภาวะการขาด<a style="color:#000000" href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ได้ในบางครั้ง เนื่องจากแอลคาร์นิทีน พบได้ในเนื้อสัตว์ นม และถั่วหมัก หรือในผู้ป่วยบางรายที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดูดซึมของระบบย่อยอาหาร รวมไปถึงในกรณีที่มีผู้ป่วยที่ขาดแอลคาร์นิทีน (ซึ่งพบน้อยมาก) ซึ่งอาจจะเกิดจากความผิดปกติของยีน หรือตับ หรือไต หรือกินอาหารที่มีกรดอะมิโนไลซีน และเมไทโอนีนน้อย ก็จะมีอาการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ เจ็บหน้าอก เจ็บกล้ามเนื้อ แขนขาล้าอ่อนแรง ความดันเลือดต่ำ และอาจจะมีอาการมึนงงสับสนร่วมด้วย เป็นต้น</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">รูปแบบของแอลคาร์นิทีนที่มีการนำมาใช้</span></h3>
<p>คาร์นิทีนที่ถูกนำมาใช้ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมจะมีอยู่หลายรูปแบบ แต่ที่ใช้กันแพร่หลายมีอยู่ 3 รูปแบบ รูปแบบแรกก็คือ <a style="color:#000000" href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์เนทีน</a> (LC) เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีราคาถูกที่สุด รูปแบบที่สอง คือ แอล-อะซิทิลคาร์นิทีน [L-acetylcarnitine (LAC)] เป็นเพียงรูปแบบเดียวที่ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคแอลไซเมอร์ (Alzheimer) และโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของสมองโรคอื่นๆ<br />
รูปแบบสุดท้าย คือ แอล-โพรพิโอนิลคาร์นิทีน [L-propiony<a style="color:#000000" href="http://glutacare.com/l-carnitine/">l carnitine</a> (LPC)] ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาอาการเจ็บหน้าอกและโรคที่เกี่ยวข้องกับ โรคหัวใจ และใช้ได้ผลดีกับโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดตามแขนขาอีกด้วย (peripheral vascular disease &#8211; PVD)<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-552" title="carnitinestructure" src="http://glutacare.com/wp-content/uploads/2010/01/carnitinestructure.jpg" alt="carnitinestructure" width="500" height="395" /></p>
<h3><span style="color: #ff6600;">การดูดซึมแอลคาร์นิทีนของร่างกาย</span></h3>
<p>ถ้าเรากินเข้าไป การดูดซึมของแอลคาร์นิทีนจะเกิดขึ้นในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ส่วนแพทย์สามารถให้แอลคาร์นิทีนกับผู้ป่วยได้ทั้งทางเส้นเลือดและโดยการกิน</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">10 เหตุผลที่ควรรู้ก่อนเลือกกินแอลคาร์นิทีน (L-Carnitine)</span></h3>
<p>1. <a style="color:#000000" href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>ทำให้เราแก่ช้าลง แค่เหตุผลแรกก็ชวนให้เราหลงใหลใคร่อยากที่จะกินแอลคาร์นิทีน กันแล้วสิ ที่แอลคาร์นิทีนทำให้แก่ช้าลงได้ ก็เพราะเหตุผลที่ว่า เซลล์ในร่างกายของเราทุกๆ เซลล์ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์สมอง เซลล์จากระบบภูมิคุ้มกัน เซลล์จากหัวใจ หรือเซลล์จากที่อื่นๆ ในร่างกาย ทั้งหมดจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อ ได้รับพลังงานเพียงพอและเหมาะสมกับความต้องการของเซลล์แต่ละชนิด และแอลคาร์นิทีนนี่เองที่เข้าไปช่วยทำให้เซลล์มีอายุยืนนานขึ้น</p>
<p>2. แอลคาร์นิทีนทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ (triglycerides) อยู่ในระดับที่ต่ำ และช่วยเพิ่มระดับ HDL-คลอเรสเตอรอล ในเลือด</p>
<p>3. นอกจากนี้ แอลคาร์นิทีนยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ โดยมีผลทำให้สุขภาพโดยรวมของหัวใจดีขึ้น และช่วยป้องกันการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวด้วย (ซึ่งเป็น 1/3 ของสาเหตุที่ทำให้คนเป็นโรคหัวใจตาย)</p>
<p>4. <a style="color:#000000" href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคานิทีน</a>ช่วยทำให้น้ำหนักลด โดยเฉพาะถ้าใช้ร่วมกันวิธีการที่เราลดอาหารจำพวกแป้งลงในอาหารแต่ละมื้อ</p>
<p>5. แอลคาร์นิทีนช่วยเพิ่มระดับพลังงานของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บหรือเกิดความเสียหายใดๆ กับร่างกาย เหมือนกันที่พบในสารสกัดจากพืชสกุล Ephedra (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ของกระทรวงอาหารและยาของอเมริกา ในเอกสารอ้างอิงครับ)</p>
<p>6. และยังพบอีกว่า<a style="color:#000000" href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นีทีน</a>ช่วยให้ความสามารถในการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น มีความทนทานมากขึ้น และป้องกันเนื้อเยื่อไม่ให้เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากปริมาณออกซิเจนใน เซลล์ไม่เพียงพอ</p>
<p>7. ทั้งแอลคาร์นิทีน และ อะซีทิล-แอลคาร์นิทีน (Acetyl-L-Carnitine) ทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น</p>
<p>8. อะซีทิล-แอลคาร์นิทีนช่วยลดความเสียหายของเซลล์ประสาทอันเนื่องมาจากความ เครียด และอาจจะมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer) ด้วย แต่ได้ผลเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอายุน้อย ทำให้อาการของโรคไม่เป็นไปมากกว่านี้</p>
<p>9. อะซีทิล-แอลคาร์นิทีน มีผลต่อสุขภาพจิตในทางบวก และลดภาวะความเครียดได้</p>
<p>10. แอลคาร์นิทีนช่วยในการทำงานของตับ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของเราด้วย</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">ข้อควรระวังในการใช้แอลคาร์นิทีน</span></h3>
<p>สำหรับคนที่คิดจะซื้อ<a style="color:#000000" href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>มาใช้ควรต้องระวังเพราะอาจจะมีผลข้าง เคียงต่างๆ เกิดขึ้นกับร่างกายได้ และอาจจะเข้าทำปฏิกิริยากับยาอื่นๆ ที่กินร่วมกัน ดังนั้น ในการใช้แต่ละครั้ง ควรต้องอยู่ในความควบคุมดูแลของแพทย์จะปลอดภัยกว่า<br />
ข้อควรจำให้ขึ้นใจก็คือสสารทุกอย่างมีทั้งประโยชน์และโทษในตัวเอง ขึ้นกับปริมาณและช่วงจังหวะเวลาของการใช้ ถึงแม้ว่า<span style="color: #000000;">แอลคาร์นิทีน</span>จะไม่ปรากฏผลข้างเคียงใดๆ ที่เด่นชัดมากนัก แต่ก็มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าถ้ากินเข้าไปมากขนาด 5 กรัมต่อวัน หรือมากกว่าอาจจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ (ต้องอย่าลืมว่าเราได้แอลคาร์นิทีนจากอาหารประเภทเนื้อสัตว์และนมอยู่แล้ว ด้วย ซึ่งเราไม่สามารถทราบปริมาณที่แน่นอนได้) ส่วนอาการข้างเคียงอื่นๆ ที่อาจจะพบได้บ้างก็เช่นมีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น มีกลิ่นตัว และเกิดมีผื่นแดง และในนักกีฬาหรือคนที่กินแอลคาร์นิทีนเสริมสำหรับการเล่นกีฬาเพื่อช่วยใน การสลายไขมันและช่วยทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อดีขึ้น ก็ควรจะต้องหยุดใช้เพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักบ้างอย่างน้อยเดือนละ 1 อาทิตย์ คือไม่ควรใช้ต่อเนื่องติดต่อกันไปเป็นเวลานานๆ<br />
สำหรับคนที่มีอาการแพ้ต่ออาหารโปรตีน เช่น ไข่ นม หรือข้าวสาลี ไม่ควรกินผลิตภัณฑ์ที่เสริมแอลคาร์นิทีนเป็นอันขาด รวมไปถึงคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับและไต เด็กที่มีอายุยังไม่ถึง 2 ขวบ และสตรีมีครรภ์ ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้ ถ้าไม่จำเป็น หรือใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ครับ</p>
<p>อ้างอิง : สุทธิพงษ์ พงษ์วร. เรื่องของ<a style="color:#000000" href="http://glutacare.com/l-carnitine/">แอลคาร์นิทีน</a>. http://www.ipst.ac.th/biology/Bio-Articles/mag-content41.html</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://glutacare.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

