วิธีการตรวจสอบกลูต้าไธโอน ของแท้ หรือ ของปลอม
มีหลายๆคนบอกว่าใช้เบตาดีนทดสอบกลูต้าไธโอนได้ จริงหรือไม่ เรามาดูกันครับ
ใช้เบตาดีนหยดลงในน้ำให้กลายเป็นสีน้ำตาล แล้วใช้กลูต้าไธโอนละลายลงไปผสม หากเป็นกลูต้าไธโอนแท้น้ำจะกลายเป็นสีขาวใส แต่ถ้าเป็นของปลอมจะไม่เปลี่ยนสี จริงหรือไม่ ?
เรามารู้จักเบตาดีนกันก่อนดีกว่า เบตาดีน ก็คือ Povidine-Iodine โดยที่ ไอโอดีน ( I – ) เป็นธาตุหมู่ 7 ตามตารางธาตุ ซึ่งคุณสมบัติของธาตุหมู่นี้ คือ ไวต่อการทำปฏิกิริยา ดังนั้น Glutathione จึงสามารถปฏิกิริยาให้น้ำเปลี่ยนสีได้เพราะเป็นสาร anti-oxidant ไปจับกับ ไอโอดีน แต่วิธีนี้ก็ไม่ได้เฉพาะเจาะจงหากใช้สาร anti-oxidant อื่นๆทดลองก็สามารถทำให้น้ำเบตาดีนเปลี่ยนเป็นสีขาวใสได้เหมือนกัน เช่น วิตามินซี วิตามินอี เบต้า-แคโรทีน เป็นต้น ไม่เพียงแค่ anti-oxidant เท่านั้นที่ทำให้น้ำเบตาดีนเปลี่ยนสีได้ ผงชูรส ก็สามารถทำให้น้ำเบตาดีนเปลี่ยนสีเป็นใสได้เหมือนกัน ลองทดสอบดูนะครับ
ผงชูรสทำให้น้ำที่ใส่เบตาดีนใสได้อย่างๆไร ?
ก็เพราะว่าผงชูรส คือ Monosodium-glutamate (C5H8NNaO4) ดูจากชื่อก็จะเห็นว่ามี sodium (Na+ ) เป็นส่วนประกอบซึ่งจะทำปฏิกิริยากับ ไอโอดีน (I- ) จะได้สารประกอบ NaI จึงทำให้น้ำเบตาดีนเปลี่ยนสีเป็นขาวใสขึ้นได้ นั่นแสดงว่าไม่เพียงแค่ผงชูรส สารอื่นๆที่มีธาตุประจุบวกอันได้แก่ ธาตุหมู 1 2 3 และ 4 ก็จะทำให้น้ำเบตาดีนเปลี่ยนสีเป็นขาวใสได้เหมือนกัน ลองทดสอบดูครับหากหยดเบตาดีนน้อยหยดก็จะใช้ผงชูรสปริมาณน้อย แต่หากหยดเบตาดีนมากหยดก็จะใช้ผงชูรสปริมาณมาก ตามสัดส่วนครับ
สรุปก็คือวิธีใช้เบตาดีนทดสอบกลูต้าไธโอน ไม่สามารถทดสอบได้ครับว่าเป็นกลูต้าไธโอนแท้ หรือปลอม
แล้วเราจะมีวิธีพิสูจน์อย่างไรว่ามันเป็นสารกลูต้าไธโอนจริงๆ??
บ้างก็บอกว่า ให้ชิมรสชาติดู หากเป็นกลูต้าไธโอนของแท้ออกเปรี้ยวๆ นั่นแหละใช่เลย เพราะกลูต้าไธโอนเป็นกรดอะมิโนจะมีรสชาติเปรี้ยวนิดๆ ?
แล้วถ้าหากเค้าเอาสารที่เป็นกรดใส่ลงในแคปซูลมันจะไม่เปรี้ยวเหรอครับ เช่นเอา วิตามินซีใส่ลงไป ซึ่งต้นทุนถูกกว่ากลูต้าไธโอนมาก ก็ได้รสเปรี้ยวเหมือนกันครับ
คำตอบก็คือไม่มีวิธีเฉพาะเจาะจงที่จะพิสูจน์ได้ครับ ต้องตรวจ Lab และใช้เครื่องมือที่มีมูลค่าหลายล้าน เช่น เครื่อง MRI, NMR spectrometer ซึ่งใช้ตรวจสอบโมเลกุลของสารครับเท่านั้นครับ
แล้วคนธรรมดาจะมีห้อง Lab และไอ้เครื่องแพงๆ……ที่ไหนกันหล่ะ ??
ใช่ครับ คนธรรมดาไม่มีห้อง Lab และไอ้เครื่องแพงๆนั่นหรอกครับ เพราะฉนั้นเราก็ต้องพึ่งพาหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลด้านการอุปโภค บริโภค ครับ นั่นคือ อย. ของเรานี่เอง ซึ่งอย.ก็ได้ตรวจสอบให้เราเรียบร้อยหมดแล้วครับ สินค้าที่มีอย.ก็มั่นใจได้เลยครับว่าเป็นกลูต้าไธโอนจริงๆ ปลอดภัย เห็นผล แน่นอน ครับ
แล้วกลูต้าไธโอน ของนอก อเมริกา ญี่ปุ่น ที่ผ่านอย.ที่นั่นมาแล้ว ต้องมาผ่านที่ไทยอีกไหม ??
ต้องผ่านอย.ของไทยด้วยครับ ถ้าไม่ผ่านอย.ไทย แล้วมาขายในไทย ก็เรียกได้ว่าของเถื่อนนั่นเอง สาเหตุที่ต้องผ่านอย.ไทยก็เพราะสรีระของคนแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน เราคนไทยต้องยึดหลักอย.ไทย ครับ
ลองชม Clip Video เรื่องการพิสูจน์กลูต้าไธโอน
โดยคุณหมอโอ๊ต จากรายการ OATTY DOCTOR หมอOT – หมอนอกเวลา
มีสาระ ได้ความรู้มากๆครับ แล้วยังเข้าใจง่ายอีกด้วย








ขอปรึกษาคุณหมอนะคะ ถ้าวิธีการตรวจสอบกลูต้าไธโอน ของแท้ หรือ ของปลอม โดยใช้เบตาดีน
กำลังทำโครงงานเกี่ยวกับน้ำมันพืชค่ะ โดยอยากจะหาวิตามิน A , C , E และเบต้าแคโรทีน ในน้ำมัน ขอถามคุณหมอ
1. ถ้าจะตรวจสอบ หาวิตามิน A,C,E และเบต้าแคโรทีน โดยวิธีนี้จะได้ผลเหมือนกันไหมคะ
2. ลองใช้เบตาดีนผสมน้ำ
ใส่น้ำมันพืชผสมลงไป เขย่าให้เข้ากัน จากนั้นมันเกิดการแยกชั้น น้ำกับน้ำมัน แต่ส่วนที่เป็นน้ำกลายเป็นสีใส ( หมายความว่าในน้ำมันพืชตัวนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่หรือเปล่าคะ )
คุณนิธิมาเข้าใจผิดแล้วนะครับ
ผมไม่ใช่คุณหมอโอ๊ตนะครับ
ผมชื่อชล และผมก็เพียงนำวีดีโอของคุณหมอโอ๊ตมาประกอบเนื้อหาเท่านั้นครับ
เพราะวีดีโอของแก มีสาระได้ความรู้ดีครับ
แต่ผมจะตอบให้ตามที่รู้นะครับ(ตามความคิดผมนะครับอาจจะถูกหรือผิด ก็เอาไว้เป็นแนวทางก็แล้วกันครับ)
1.หากใส่เฉพาะเบตาดีน + น้ำ สารทุกตัวที่กล่างคงจะทำให้น้ำใสหมดครับ(คนดีๆใส่ให้พอเหมาะ)
แต่ !! หากใส่น้ำมันลงไปด้วย เบตาดีน วิตามิน A E จะไปอยู่ชั้นน้ำมัน เบต้าแคโรทีนจะละลายอยู่ทั้งชั้นน้ำและน้ำมัน ส่วนวิตามินซีจะลายลายอยู่ในชั้นน้ำ
2.น้ำใสแน่นอนอยู่แล้วครับ เพราะเบตาดีนไปอยู่กับน้ำมันแทนที่จะละลายในน้ำครับ เพราะมันชอบน้ำมันมากกว่าน้ำ เลยไม่มีเบตาดีนอยู่ในชั้นน้ำสีเลยใสยังไงล่ะครับ แต่น้ำมันขุ่นแทน
ต่อนะคะ และลองเอาน้ำมันเก่า ( ทอดแล้ว ) ใช้เบตาดีนผสมน้ำ และนำน้ำมันเก่าใสลงไป เขย่าให้เข้ากันและทิ้งไว้ให้เกิดการแยกชั้น ปรากฏว่า ส่วนที่เป็นน้ำใสค่ะ (ก็เลยงงว่า น้ำมันมีคุณสมบัติดึงสีของเบตาดีนออกมาหรือเปล่า เพราะอันแรกทดสอบด้วยน้ำมันรำข้าว ที่ยังไม่ได้ใช้ ส่วนทดสอบอันที่2 เป็นน้ำมันใช้แล้วและผ่านความร้อนสูงคุณค่าทุกอย่างน่าจะหมดไป แต่ผลกับทำให้น้ำของเบตาดีนใสทั้งคู่ ) หรือวิธีการใช้เบตาดีนไม่สามารถทดสอบกับน้ำมันได้คะ คุณหมอมีวิธีตรวจสอบหา หาวิตามิน A,C,E และเบต้าแคโรทีนในน้ำมันพืชไหมคะ เอาแบบตรวจเองค่ะ
และการนำแครอทมาใส่ในน้ำมัน สีของน้ำมันที่ได้เป็นสีส้ม แสดงว่าในน้ำมันที่แช่แครอทไว้นั้นจะต้องมีเบต้าแคโรทีนอยู่ด้วยใช่ไหมคะ และถ้านำน้ำมันที่ได้มาใช้ทาผิว ผิวจะดูดซึมและได้รับสารเบต้าแคโรทีนมาบำรุงผิวหรือเปล่าคะ
ไม่ทราบว่าจะหาข้อมูล และคำตอบที่ไหน พอดีเปิดมาเจอคุณหมอมีประโยชน์มากเลยค่ะ แต่พอทดลองแล้วก็ยังงงกับผลที่ออกมา ขอให้คุณหมอช่วยแนะนำหน่อยค่ะ ตอบทาง mail ก็ได้ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ
ก็อย่างที่กล่างในคำถามแรกอ่ะครับ
น้ำมันไม่ได้มีคุณสมบัติอะไร
ต้องแยกให้ออกครับว่าในโลกนี้มีอยู่ 3 อย่าง
1.น้ำ
2.น้ำมัน
3.พวกครึ่งๆกลางๆ ชอบทั้งสอง เช่น แอลกอฮอล์
ยกตัวอย่าง
เบตาดีนชอบน้ำมัน เบตาดีนก็ไปอยู่กับน้ำมัน น้ำเปล่าๆก็เลยใสอ่ะครับ
วิตามิน A E D K ชอบน้ำมัน
B C ชอบน้ำ
เบต้าแคโรทีนเป็นพวกครึ่งๆกลางๆ ชอบทั้งสอง
ส่วนเรื่องการนำเบต้าแคโรทีนในน้ำมันมาทาผิว คงจะต้องดูเรื่องของ
1.มวลโมเลกุขของสาร
2.การดูดซึมของผิวหนัง
3.สภาพผิวหนัง บริเวณที่ทา
ซึ่งมันลึกมากแล้วอ่ะครับ คงต้องสอบถามอาจารย์ที่ปรึกษาแล้วหล่ะครับ ผมก็ตอบได้เท่านี้แหละครับ
ขอโทษค่ะ คุณชลช่วยแนะนำหน่อยค่ะ